MAIN MENU
 HOT PRODUCT
 BUSINESS
  
 สถิติวันนี้ 54 คน
 สถิติเมื่อวาน 39 คน
 สถิติเดือนนี้
สถิติปีนี้
สถิติทั้งหมด
1047 คน
20965 คน
214554 คน
เริ่มเมื่อ 2010-03-18
              คลิก LIKE !!
 


ในปัจจุบัน ธุรกิจเครือข่าย ถูกบิดเบือนความจริง จากธุรกิจแชร์ลูกโซ่ มันนี่เกมส์ ต่างๆ จนทำให้ หลายๆคนต้องเบือนหน้าหนี

เมื่อได้ยินคำว่า "ธุรกิจเครือข่าย" Clip VDO ที่ท่านจะได้ชมต่อไปนี้ จะทำให้ท่านเข้าใจธุรกิจเครือข่ายที่แท้จริง มากขึ้น

อยากให้ลองชมกันดูค่ะ


          คุณจะเห็นความสวยงามของธุรกิจนี้ อย่างที่คาดไม่ถึง


        



ณ หมู่บ้านเล็กๆแสนไกลในหุบเขาที่งดงาม มีชายหนุ่มสองคนเป็นเพื่อนรักกันอาศัยอยู่ ชื่อปาโปน และบูโน่ พวกเขายังหนุ่มแน่นและพูดถึงชีวิตที่ดีกว่าสำหรับพวกเขาเอง พวกเขาจะพูดถึงความใฝ่ฝันของพวกเขาเสมอในการที่พวกเขาจะเป็นคนหนุ่มที่ประสบความสำเร็จที่สุดในหมู่บ้าน พวกเขาไม่กลัวงานหนักและมองหาโอกาสที่จะช่วยให้ความใฝ่ฝันของพวกเขาเป็นความจริง พวกเขาคุยกันทุกๆวันมองหาหนทางและมองหาโอกาสเพื่อให้ความฝันของพวกเขาเป็นความจริงขึ้นมาได้

วันหนึ่งโอกาสนั้นก็มาถึงผู้นำหมู่บ้านมีความคิดที่จะนำน้ำตกจากภูเขามาใช้งานในหมู่บ้าน เขาตัดสินใจว่าจ้างคนสองคนให้นำน้ำจากน้ำตกบนภูเขานำลงมาใช้ในหมู่บ้านพวกเขาจะได้รับค่าจ้างตามปริมาณของน้ำที่นำลงมาสู่หมู่บ้าน
ปาโปน และบูโน่ รับงานมาทำอย่างกระตือรือร้น ทุกๆวันตั้งแต่เช้าจนเย็นพวกเขาทั้งสองคนไปขนน้ำลงจากหุบเขามาสู่หมู่บ้านไปกลับๆอยู่อย่างนั้น พวกเขาทำงานหนักเพื่อนำน้ำมาสู่หมู่บ้านในทุกๆเย็น พวกเขากลับบ้านพร้อมกับค่าจ้างในวันนั้นๆ บูโน่ พึงพอใจกับงานที่ทำและรายได้ที่เขาได้รับ เขามั่นใจและแน่ใจว่าความฝันของเขาจะเป็นจริงจากงานๆนี้ บูโน่คิดว่าเขาจะได้รับค่าจ้างเพิ่มขึ้น ถ้าเขาใช้ถังน้ำที่ใหญ่ขึ้นเพื่อขนน้ำให้มากขึ้นในแต่ละวัน เขาเชื่อด้วยว่ารายได้ที่เขาได้มากขึ้นไม่นานเขาจะมีเงินมากพอ สามารถซื้อวัวและซื้อบ้านตามที่เขาเคยใฝ่ฝันถึง แต่ ปาโปน ไม่ได้พอใจด้วย เมื่อสิ้นสุดวันเขาปวดไปทั้งแขนและหลัง หมดเรี่ยวหมดแรง

เขากำลังมองหาหนทางที่จะทำให้มันง่ายขึ้นในการทำเงินให้มากขึ้น และวันหนึ่งปาโปนก็คิดขึ้นมาได้ เขาจินตนาการถึงท่อส่งน้ำเพื่อส่งน้ำจากน้ำตกบนภูเขาส่งไปยังหมู่บ้านด้วยท่อส่งน้ำนี้ เขาสามารถนำน้ำมาสู่หมู่บ้านได้มากขึ้น โดยไม่ต้องแบกถังน้ำไปกลับๆจากน้ำตกสู่หมู่บ้านอยู่อย่างนั้น เขาตื่นเต้นมากในงานนี้ และเริ่มวางแผน แน่นอนปาโปนแบ่งปันความคิดนี้สู่บูโน่เพื่อนของเขา และขอให้บูโน่ร่วมทำงานกับเขา เพื่อสร้างท่อส่งน้ำนั้น แต่บูโน่กับคิดว่า มันเป็นความคิดที่บ้าๆ ทั้งหมดที่บูโน่คิดถึงก็คือ สิ่งที่เงินของเขาหาซื้อได้ในวันนี้และวิธีที่จะได้มันมาอย่างรวดเร็ว เขาคิดว่าการสร้างท่อส่งน้ำจะทำให้เขาเสียเวลา และทำให้เขาบรรลุเป้าหมายช้าลงไปอีก ด้วยสาเหตุนี้ บูโน่ จึงใช้ถังน้ำที่ใหญ่ขึ้นขนน้ำไปกลับๆถี่ขึ้น เขาแน่ใจว่าด้วยวิธีนี้ เขาจะทำเงินได้มากขึ้น ปาโปนตัดสินใจสร้างท่อส่งน้ำด้วยตัวของเขาเอง เขาเข้าใจดีว่ามันไม่ยาก แต่ต้องต้องใช้เวลาเพื่อสร้างท่อส่งน้ำให้เสร็จสิ้นสมบูรณ์ ปาโปนรู้ว่ามันจะต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะสิ้นเสร็จลง แต่เขาตั้งใจในเป้าหมายของเขา
ณ ทุกๆวัน เขาจะไปทำงานขนน้ำเหมือนเมื่อก่อน แต่ในทุกๆวันหยุดในทุกขณะที่เขามีเวลาว่าง มีโอกาส เขาจะทำงานหนักเพื่อขุดหินขุดดิน เพื่อสร้างท่อน้ำตามความคิดของเขา ในเดือนแรกแทบจะมองไม่เห็นอะไรเลย บูโน่และชาวบ้านต่างหัวเราะเยาะและล้อเลียนเขา พวกเขาล้อเลียนและตั้งสมญานามปาโปนว่า " มนุษย์ท่อ"

ในระหว่างนี้เองรายได้ของบูโน่เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า เขาได้ซื้อบ้านหลังใหญ่ขึ้นและวัวเป็นที่เรียบร้อยแล้วตามที่หวังไว้ วิถีชีวิตของเขาเปลี่ยนแปลงไป ตอนนี้เขาใช้เวลาหลังเลิกงานในร้านขายเหล้าและใช้เงินจากการหาบน้ำที่เขาได้มา สิ่งที่บูโน่ไม่ได้ตระหนักก็คือ ร่างกายของเขา เริ่มงุ้มงอกจากการต้องขนน้ำอย่างหนักทุกๆวัน ใบหน้ายับย่นและร่างกายเริ่มอ่อนล้าลง ไม่ช้าเขาเริ่มขนน้ำได้น้อยลงและน้อยลง เนื่องจากร่างกายของเขาได้อ่อนล้าและโรยแรง

เดือนแล้วเดือนเล่าที่ ปาโปน ทำงานสร้างท่อส่งน้ำ ไม่นานปีแรกก็เข้าสู่ปีที่สอง ท้ายที่สุด ปาโปน ได้สร้างท่อส่งน้ำได้สำเร็จเสร็จลง และเขาไม่ต้องแบกถังน้ำเพื่อไปกลับสู่หมู่บ้านอีกแล้วตอนนี้ ปาโปน ได้เงินมามากขึ้นกว่าครั้งไหนๆ น้ำก็ไหลลงสู่หมู่บ้านอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ ปาโปน กิน ดื่ม นอนหลับ เขาก็ยังได้เงินแม้กระทั่งในวันพักผ่อน น้ำก็ยังไหลอยู่ต่อเนื่อง ปาโปน มีความสุขเละภาคภูมิใจในความคิดที่เขายืนหยัด และตอนนี้รายได้ของเขาหลั่งไหลมาอย่างไม่ขาดสาย ตราบที่ยังมีน้ำไหลบผ่านท่องของเขาเข้ามา

เรื่องราวของ บู่โน่ และปาโปน สามารถเทียบเคียงกับชีวิตพวกเรา งานที่พวกเขาทำเปรียบเหมือนกับคนส่วนใหญ่ที่ทำในชีวิตเพื่อให้ได้เงินมา บูโน่ได้เงินมาจากการแบกถังน้ำ เขาไปกลับแบกถังน้ำเพื่อนำน้ำจำน้ำตกสู่หมู่บ้านเพื่อแลกกลับเงินที่ได้มา เพื่อเพิ่มรายได้เขาต้องเพิ่มจำนวนเที่ยวของการไปกลับๆเพื่อให้ได้หรือไม่ก็ต้องใช้ถังน้ำที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อให้ได้น้ำมากขึ้น มันป็นเรื่องปกติของชีวิตเราเพื่อเพิ่มรายได้เราต้องทำงานให้หนักขึ้น ทำงานเพิ่มขึ้น เช่นทำงานล่วงเวลาหรือแม้กระทั่งทำงานสองงานในขณะเดียวกัน เราด้วยก็เหมือนกันที่ต้องเพิ่มขนาดถังน้ำของเรา โดยการรับตำแหน่งที่สูงขึ้น รับรายได้ที่มากขึ้น บ่อยครั้งต้องใช้เวลามากขึ้นในที่ทำงานเราส่วนใหญ่ใช้เวลาแลกกับเงิน เช่นเดียวกับบูโน่ เราต่างก็รู้ว่าเราทุกคนมีเวลา 24 ชั่วโมง ในแต่ละวันเหมือนๆกัน แต่มันเป็นไปไม่ไช่เลยที่จะใช้เวลา 24 ชั่วโมง นั้นเพื่อทำงานแต่เพียงอย่างเดียว

ช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดจะผ่านเข้ามา เมื่อเราไม่สามารถใช้เวลาแลกกับเงิน อีกต่อไปแล้ว เนื่องจากเรื่องอายุ สุขภาพหรือเหตุผลอื่น เมื่อนั้นรายได้ของเราจะหยุดลง

ที่นี้เราจะมาทบทวนในสิ่งที่ปาโปนทำอย่างชาญฉลาด ปาโปนไม่ได้ใช้เวลาทั้งหมดที่เขามีอยู่มาแลกกับเงินจำนวนจำกัด แต่เขาใช้เวลาบางส่วนสร้างท่อส่งน้ำของเขาขึ้นมา รายได้ที่มีมาอย่างต่อเนื่องนี้ไม่ได้ขึ้นกับเวลาโดยตรงที่เขาต้องทำงานในแต่ละวัน ปาโปนรู้ว่าสักวันหนึ่งอาจเป็นเรื่องสาเหตุของอายุและสุขภาพ เขาอาจไม่สามารถที่จะใช้เวลาที่มีอยู่แลกกับเงินที่จะได้อีกต่อไปแล้ว ปาโปนรู้ว่าถ้าเขาสามารถสร้างแนวความคิดเรื่องท่อส่งน้ำของเขาให้บังเกิดผลขึ้นมาได้ เขาก็เพียงแต่ต้องทำงานหนักเพียงครั้งเดียว หลังจากการสร้างท่อส่งน้ำสำเร็จเสร็จไปแล้ว ปาโปนสามารถเฝ้ามองดูการไหลของน้ำ และทำให้มันไหลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แน่ใจว่ารายได้ของเขายังเข้ามาเรื่อยๆ ปาโปนได้แสดงให้เราเห็นว่าเมื่อมีรายได้เข้ามาอย่างต่อเนื่องเราไม่จำเป็นต้องเอาเวลามาแลกกับเงินเสมอไป มันมีหนทางที่ดีกว่าจริงๆ แล้วคุณล่ะ คุณยังทำเช่นเดียวกับบูโน่ที่ต้องใช้เวลาแลกกับเงินอยู่หรือเปล่า หรือคุณต้องการทำเช่นเดียวกับปาโปนผู้สร้างและคงไว้ซึ่งท่อน้ำเพื่อนำรายได้เข้ามาอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย

โอกาสการเปลี่ยนแปลงชีวิตสู่การมีอิสรภาพทางการเงินและเวลา หนังสือชุดพ่อรวยสอนลูก เล่มที่ 2 “Cashflow Quadrant” หรือ “เงินสี่ด้าน” ของ Robert T. Kiyosaki ได้กล่าวไว้ว่า คนในโลกแบ่งตามที่มา ของรายได้ที่เขาได้รับออกเป็น 4 ด้านคือ
ด้านที่ 1 ) ลูกจ้าง ( Employee ) คือผู้ที่มีรายได้จากค่าจ้าง, เงินเดือน
ด้านที่ 2 ) ธุรกิจส่วนตัว ( Self – employed )
, เจ้าของกิจการขนาดเล็ก ( Small Business owner ) คือผู้ที่มีรายได้จากกิจการของตนเองโดยเจ้าของกิจการจะต้องเป็นผู้ลงมือทำหรือ   ดูแลด้วยตนเอง
ด้านที่ 3 ) เจ้าของกิจการขนาดใหญ่ ( Business owner )
คือผู้ที่มีรายได้จากทรัพย์สินของตน, โดยใช้เวลาและแรงงานของผู้อื่นสร้างรายได้ให้กับตน
ด้านที่ 4 ) นักลงทุน ( Investor ) คือผู้ที่ใช้เงินทำงานแทนตนเอง เพื่อสร้างผลตอบแทนหรือรายได้ให้กับ ตนโดยไม่ต้องทำเองหากดูจากนิยามที่มาของรายได้ดังกล่าวจะสามารถแบ่งคนในโลกออกได้เป็น 2 กลุ่ม ใหญ่ๆ คือ

ธุรกิจเครือข่าย ดีอย่างไร
   
มีความอิสระในการทำงาน ไม่ต้องมีใครคอยควบคุมการทำงาน สิ่งที่เป็นเครื่องมือในการบังคับ หรือผลักดันให้มุ่งมั่นในการทำงาน คือเป้าหมาย
   รายได้ดี ขยันมากย่อมมีโอกาสทางรายได้สูง ทำมากได้มาก ทำน้อยได้น้อย ธุรกิจเครือข่ายเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่สามารถช่วยให้ความต้องการ หรือความฝันบรรลุเป็นจริงเป็นจังขึ้นมาได้
   เป็นมิตรกับคนทั่วไป เป็นบุคคลพิเศษ ปรับตัวเข้ากับผู้อื่นได้ดี มีมนุษยสัมพันธ์ อันเป็นคุณสมบัติที่สำคัญ ความสุภาพอ่อนโยน ยิ้มแย้ม และรู้จักยืดหยุ่น
   รอบรู้รอบด้าน เนื่องจากต้องพบปะบุคคลต่าง ๆอยู่เสมอ ทำใหรู้รอบด้าน จากหลักการที่ว่าการนั่งในหัวใจคู่สนทนาก็คือ สนทนาในเรื่องที่เขาชอบ หรือสนใจนั่นเอง
   ได้ประสบการณ์สูง ประสบการณ์ตรงที่ได้รับจากการทำงาน การติดต่อผู้อื่น ความสามารถเฉพาะตัว  มีหูตากว้างขวาง มีความทะเยอทะยานในการดำเนินชีวิต
   มีโอกาสก้าวหน้าเร็ว แต่มีเงื่อนไขว่า ต้องมีฝีมือ และมีฝีปาก เป็นอาชีพนึ่งที่มีโอกาสก้าวหน้าเร็วกว่าอีกหลาย ๆ อาชีพ ในขณะหลาย ๆ อาชีพ ต้องอาศัย รูปร่าง ส่วนสัด ความสวย ความงาม หรือพรสวรรค์ในการสร้างความก้าวหน้าให้กับตนเอง
   ได้ใช้ความสามารถของตนได้อย่างเต็มที่ การท้าทายความสามารถของตนเอง ซึ่งเป็นการดึงความสามารถของตนออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ และสมบูรณ์ การได้ใช้ความสามารถอย่างเต็มที่ย่อมทำให้ มีคุณสมบัติพิเศษ คือความอดทน อดกลั้น มิฉะนั้นจะอดกิน 
   ได้รับความสำเร็จ เงิน รางวัล ชื่อเสียง เกียรติยศ บ้าน ที่ดิน รถยนต์ สามารถลิขิตชีวิตตนเองได้ ถึงแม้จะเลือกเกิดไม่ได้ก็ตาม
   ทำให้บุคลากรในประเทศมีงานทำ เพราะทุกคนมีงานทำไม่เลือกงาน ไม่เกิดปัญหาการว่างงาน เป็นการลดภาระทางสังคมอันจะทำให้ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมั่งคั่ง เมื่อนักธุรกิจเครือข่ายมั่งมี
  ธุรกิจเครือข่าย  คืออะไร  

      ธุรกิจ MLM หรือ เครือข่าย เป็น ธุรกิจที่ดีและน่าสนใจ บริษัทที่เข้ามาประกอบธุรกิจมีวิสัยทัศน์ ประสบการณ์ และมีจริยธรรมในการบริหาร ส่วนผู้ดำเนินธุรกิจเข้าใจแบบแผน หรือ รูปแบบของความสำเร็จ เพราะ ธุรกิจ MLM เป็นธุรกิจที่

   
ถือว่าผู้ดำเนินธุรกิจเป็นนายตนเอง 
   มีโอกาสของรายได้สูง โดยไม่กระทบ หรือขัดแย้งกับงานประจำ 
   มีรายได้ต่อเนื่องเป็นมรดกตกทอดได้
   มีอิสระ มีเวลา 
   เงินลงทุนต่ำ ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ หรือพูดเก่ง
   สามารถมีรายได้จาก เลข 6 หลักขึ้นไปภายในระยะเวลาอันสั้น
   มีเวลา และโอกาสเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศ
   ได้พัฒนาบุคลิกภาพ การพูด การเข้าสังคมอยู่ตลอดเวลา
   ได้อยู่ในสังคมที่คอยช่วยเหลือกัน
   เริ่มก่อนย่อมมีโอกาสสำเร็จก่อน


กระแสของธุรกิจเครือข่าย


         ด้วยปัจจัยการแข่งขัน ย่อมต้องมีการใช้กลยุทธ์ ในการหาโอกาสผลักดันสินค้าให้กับผู้ใช้ โดยจ่ายค่าโฆษณาน้อยที่สุดจึงไม่มีอะไรทำได้ไปกว่าการนำแผนการตลาดแบบเครือข่าย MLM มาใช้ จึงเป็นอาชีพที่เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ปฏิเสธความร่ำรวย 

 ความยากจนไม่ได้เป็นพันธุกรรมหรือเป็นกรรมพันธุ์ หากเราเกิดมาต้องการใช้ชีวิตของตนเองให้เกิดมาอย่างมีคุณค่าหรือจะทำงานที่ยากและลำบากก็น่าจะทำงานที่ยากลำบากอย่างสร้างสรรค์ขอเชิญท่านหันหน้ามาอย่างร่าเริงกับธุรกิจเครือข่าย MLM เพื่ออิสรภาพทางการเงินและการใช้ชีวิตอย่างเสรีดีไหมครับ

       ปัจจุบันมีรูปแบบวิธีการดำเนินธุรกิจใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมาย ว่าแต่ว่าคุณจะปฏิเสธที่จะเรียนรู้มันด้วยเหตุผลที่ว่า ไม่เคยได้ยิน ไม่เคยทราบมาก่อน หรือไม่ เมื่อพูดถึงการทำการค้า หลายคนนึกถึงว่าต้องใช้เงินทุนมาก, ต้องจ้างแรงงานจำนวนมาก, ต้องผลิตสินค้า, ต้องมีโรงงาน, ต้องมีทำเลหน้าร้าน ฯลฯ จึงจะทำให้พวกเรา
ส่วนใหญ่ ไม่มีโอกาสได้เป็นเจ้าของธุรกิจของตัวเองสักที เพราะขาดเงินทุน ขาดคนมีฝีมือที่ไว้วางใจได้ ณ.วันนี้ธุรกิจที่ทุกคนมีสิทธิ์ทำให้ฝันของตนเป็นจริงได้เกิดขึ้นแล้ว เราเรียกว่า “ธุรกิจเครือข่าย”    ธุรกิจเครือข่ายคืออะไร ?

       ธุรกิจเครือข่าย เป็นระบบธุรกิจการตลาดรูปแบบใหม่ที่เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคสามารถได้เป็นเจ้าของธุรกิจที่สร้างรายได้จำนวนมาก โดยไม่ต้องมีความเสี่ยงและไม่ต้องลงทุนเงินเป็นจำนวนมากเหมือนกับการทำธุรกิจทั่วๆไป เพียงเริ่มต้นจากการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดี และเมื่อเกิดความประทับใจในตัวผลิตภัณฑ์ที่ใช้     ก็ทำการแนะนำบอกต่อให้คนที่รู้จักได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดีนั้นเหมือนกับตนเป็นการโฆษณาแบบปากต่อปาก เมื่อมีการซื้อผลิตภัณฑ์ใช้ตามคำบอกเล่าจากผู้แนะนำ  ก็จะทำให้เกิดกระบวนการเคลื่อนย้ายสินค้าจากผู้ผลิตไปสู่ผู้บริโภคโดยตรง โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการโฆษณาและพ่อค้าคนกลาง    เหมือนกับการตลาดแบบเดิม ที่การเคลื่อนย้ายสินค้าจากผู้ผลิตสู่ผู้บริโภคจะต้องผ่านระบบพ่อค้าคนกลางซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับกำไรถึง 60% จากการจัดส่งสินค้ามาสู่ ผู้บริโภค

        เมื่อเกิดกระบวนการเคลื่อนย้ายสินค้าจากผู้ผลิตไปสู่ผู้บริโภคโดยตรง        ทำให้บริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์สามารถประหยัดงบประมาณที่เป็นค่าโฆษณาได้มาก ซึ่งบริษัทจะนำงบค่าโฆษณาที่ประหยัดได้ไปใช้ทำการวิจัย พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆให้ดีขึ้น เพื่อให้ผู้บริโภคได้มีโอกาสใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดียิ่งขึ้นอีก ส่วนผลกำไร 60% ของพ่อค้าคนกลางที่ถูกตัดออกมานั้น บริษัทจะนำเงินส่วนนี้มาจัดสรรให้กับผู้บริโภคที่ใช้ดีแล้วทำการบอกต่อกับผู้อื่นเป็นลำดับชั้นตามสัดส่วนที่บริษัทกำหนดไว้ ซึ่งจะเห็นได้ว่าในระบบการตลาดแบบเครือข่ายนี้ จะทำให้ผู้บริโภคสามารถมีส่วนแบ่งของรายได้มากถึง 60% ของมูลค่าผลิตภัณฑ์ จาก    
ระบบการกระจายสินค้าสู่ผู้บริโภคแบบใหม่ นอกเหนือจากการที่จะต้องเป็นผู้จ่ายเงินซื้อสินค้าเพียงอย่างเดียวในระบบธุรกิจแบบเดิม

        โดยการตลาดแบบเครือข่ายผู้บริโภค ที่ใช้วิธีการแนะนำบอกต่อนี้จะมีลักษณะที่พิเศษกว่าการ ตลาดแบบทั่วๆไป คือ ความสามารถในการขยายตัวของจำนวนผู้บริโภคที่จะเพิ่มจำนวนขึ้นได้แบบไม่จำกัด
จำนวน โดยอาศัยเพียงการแนะนำผลิตภัณฑ์จากคน 1 คนแนะนำให้กับคน 2 – 3 คนและแต่ละคนของ    
2 – 3 คนบอกต่อกับคน 2 – 3 คนต่อๆไป ก็จะเกิดการขยายตัวของจำนวนผู้บริโภค ในลักษณะทวีค่าเพิ่มขึ้น ไปเรื่อยๆไม่มีที่สิ้นสุด

ขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จ


      ติดต่อสอบถาม

ศิรินทร์ทิพย์  เปรมจิตต์ (เจน)

รหัสสมาชิก TH0187875

Tel. 084-7519988

Line id : Jennyb.7


คลิ๊กนี้มีความหมาย

   

   
Copyright @ 2007, By : Skincareinter.com